บ่อเตาของคุณลุงเจริญ – ป้าวิไลนั้น ตั้งอยู่หมู่ที่ 5
ต. สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ คุณลุงเจริญเล่าให้ฟังว่า “ แรกเริ่มเดิมทีนั้น คุณลุงมีอาชีพรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากทำมานานแล้ว จึงทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพ คุณลุงจึงมีความคิดที่จะมาทำการเกษตร
แทนอาชีพเดิม เมื่อปี 2540 จึงได้ซื้อที่ดิน จำนวน 2 งาน
เพื่อที่จะทำสวน และ ขุดบ่อเลี้ยงปลาขึ้นมาหนึ่งบ่อ
แต่ก็เลี้ยงปลาก็ไม่ได้ผล จึงได้เลิกเลี้ยงปลาและปล่อยบ่อทิ้ง
ร้างไว้ ประมาณ 3 –
4 เดือน ไม่นานนัก ก็มีสาหร่ายสีเขียวๆ
เกิดขึ้นมา ในบ่อ ชาวบ้านเรียกว่า สาหร่ายเตา หลังจากนั้นคุณลุงจึงลองเก็บมาขาย ให้กับชาวบ้าน และผู้คนที่ผ่านไปมา
จนเป็นสินค้าทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ และเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบันนี้”
คุณลุงบอกว่า เราสามารถหาซื้อเตาได้ จากตลาดที่มีขายทั่วไป แต่หลายคนก็ไม่ทราบว่าเตาที่ซื้อมาทานนั้น
มาจากแหล่งน้ำใด และมีความสะอาดหรือไม่
ซึ่งเตาก็สามารถขึ้นได้ทั่วไปในบริเวณที่มีน้ำขัง และมีอุณหภูมิ แสงแดด ที่พอเหมาะ เช่น เตาที่ขึ้นในทุ่งนา ก็สามารถทานได้
แต่เตาที่ขึ้นในทุ่งนานั้น เป็นน้ำที่ขังอยู่ ไม่ใช่น้ำไหล
ซึ่งอาจจะมีสิ่งเจือปน เช่น ไส้เดือน
และสัตว์ๆตัวเล็กๆที่อาศัยอยู่ในน้ำอาจจะติดมากับเตาได้ และอาจมีสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ใช้ในนาข้าว
เจือปน มากับเตานั้นด้วย
หากจะซื้อเตามารับประทานก็ควรคำนึงถึงความสะอาดด้วยนะคะ
ส่วนบ่อเตาของคุณลุงเจริญ ที่นี่เป็นบ่อเตาที่มีการเพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติ
โดยอาศัยน้ำที่ไหลซึมมาจากยอดเขา เป็นน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เมื่อน้ำไหลผ่านเข้ามาสู่บ่อเตาแล้ว
ก็จะต้องปล่อยน้ำนั้นไหลลงสู่ธารน้ำตกด้านล่าง
ไม่ขังน้ำไว้ จึงทำให้เตาของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด ความสะอาด ทำให้ผู้คนต่างพากันมาหาชื้อเตาของคุณลุงตลอดทั้งปี
ปัจจุบัน จึงยึดอาชีพเก็บเตาขาย สร้างรายได้ให้กับครอบครัว
และได้คิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเตาออกมาขาย เช่น
ข้าวเกรียบเตา สบู่เตา เป็นต้น
จนทำให้กลายเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของบ้านนาคูหา
สร้างรายได้จำนวนไม่น้อยให้คนในชุมชน
ให้มีอาชีพ และให้หันมาตระหนัก
และให้ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
แบบยั่งยืน ด้วย
มารู้จักกับ "เตา" สาหร่ายมหัศจรรย์
เตาเป็นสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่ง ซึ่งมีจะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่าเตาหรือเทา ภาคกลางเรียกว่า เทาน้ำ มีลักษณะเป็นเส้นยาว ไม่แตกกิ่งก้าน เมื่อสัมผัสจะ เป็นเมือกลื่น พบในธรรมชาติตามแหล่งน้ำสะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการ มีธาตุเหล็กสูงถึง 33.9% และมี สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสาหร่ายน้ำจืดชนิดอื่น
เตา สาหร่ายน้ำจืด ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในประเทศไทย สามารถรับประทานได้และมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งนิยมนำมาใช้ทำเป็นอาหาร และเตายังเป็นดัชนีชี้วัดความสะอาดและช่วยเพิ่ม ปริมาณออกซิเจนให้เเหล่งน้ำ อีกด้วย ซึ่งสาหร่ายน้ำจืดนั้น หนึ่งใน 3 ชนิดนั่นคือ
1) สาหร่ายเตา หรือ เทาน้ำ เป็นสาหร่ายสีเขียวในสกุล Spirogyra ซึ่งมีหลายชนิด พบอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อยๆ พบมากในฤดูฝน
2) สาหร่ายไก เป็นสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora พบกระจายทั่วไปตามพื้นท้องน้ำที่มีลักษณะเป็นก้อนหินและน้ำไหลไม่แรงนัก
3) สาหร่ายลอน หรือ ไข่หิน ดอกหิน หรืออองลอน เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล Nostochopsis พบมากในลำน้ำน่าน
เลี้ยงเตาแบบธรรมชาติใส่ปุ๋ยเคมีได้หรือไม่ ?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า เตาก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง
ซึ่งต้องอาศัยธาตุอาหารในการเจริญเติบโต
และคิดว่าจะสามารถใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งการเจริญเติบโตได้ คุณลุงเจริญเล่าให้ฟังว่า “ เตา ที่นี่มีการเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ
โดยอาศัยน้ำที่ไหลซึมมาจากยอดเขา
ไหลผ่านบ่อเตา ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีใส่ลงไปในบ่อเตาซึ่งทำให้เพิ่มต้นทุน และไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค “ ซึ่งคุณลุงเองก็เกิดความสงสัยเหมือนกัน
จึงได้ทดลองโดยเพาะเลี้ยงเตาในขวดแก้ว 2
ขวด ขวดที่ 1 เลี้ยงแบบธรรมชาติ ขวดที่ 2
ใส่ปุ๋ยเคมีลงไปเพื่อเร่งการเจริญเติบโต
ระยะเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ สังเกต เห็นเตาในขวดที่ 2 ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่เตาขวดที่ 1
ที่เพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติมีการเจริญเติบโตที่ดี
มีความแข็งแรง มีสีเขียวสดใส อย่างเห็นได้ชัดเจน
นี่จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่า
เตาบ้านนาคูหาเป็นสาหร่ายเตาที่มีสด ความสะอาด และมีความปลอดภัยสูง รับประทานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน ค่ะ
ปกติแล้ว เตาเป็นสาหร่ายสามารถเก็บขายได้ตลอดวันค่ะ และเตาจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงเวลาที่มีแสงแดดอ่อน ๆ เช่น ในเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น จึงทำให้สามารถเก็บเตาได้มากกว่าช่วงเวลาอื่น บ่อเตาของคุณลุงเจริญ กับป้าวิไล จะเป็นผู้ลงมือเก็บเตาด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นลงไปเก็บเตาค่ะ เนื่องจากคำนึงถึงความสะอาด และเกรงว่าผู้ที่มีไม่ความรู้ในการเก็บเตา อาจจะเหยียบย่ำเตาในบ่อ ให้เกิดความเสียหาย และจะทำให้เตาตาย ได้ และชาวบ้านที่นี่ก็มีความเชื่อ ที่ว่าจะไม่เก็บเตาในวันพระค่ะ
วิธีการเก็บเตา
1. ต้องค่อยๆเดินลุยน้ำลงไปในบ่อเตาเพื่อไม่ไห้น้ำขุ่น ใช้ไม้ไผ่เหลา ยาวประมาณ

2. นำมาล้างน้ำให้สะอาด หลายๆครั้ง จนสะอาด จากนั้นบีบเอาน้ำออกให้หมาดๆค่ะ ถ้าเตาจำนวนน้อยก็จะใช้มือบีบค่ะ แต่ถ้าเตาจำนวนมากก็ใช้เครื่องบีบที่คุณลุงคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมาเอง
เตาสดๆ
3. เสร็จแล้วนำเตาที่ได้มาห่อใบตองไว้ เพื่อรักษาความชื้น จากนั้นก็ นำไปทำเป็นอาหารรับประทานที่บ้านได้เลยค่ะ
เตาเป็นสาหร่ายที่ชอบความเย็น และต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม หากมาซื้อเตาที่บ่อเพื่อไปรับประทานที่บ้าน ควรนำภาชนะบรรจุซึ่งรักษาความเย็นได้ มาใส่เพื่อรักษาและยืดอายุเตา จะทำให้เตาสด ไม่ละลาย และไม่ควรให้เตาโดนแสงแดด เพราะจะทำให้เตาละลายทันที หากต้องการความสด รสชาติที่อร่อย เมื่อมาถึงบ้านแล้วควรปรุงอาหารรับประทานทันทีค่ะ ไม่ควรเก็บไว้นาน ค่ะ
มาซื้อเตาบ้านนาคูหา ช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร และ ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นด้วย
นะคะ....
คุณค่าทางโภชนาการ ของเตา
เตาเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่า ทางโภชนาการ โดยมีสารอาหาร ที่มีประโยชน์มากมาย โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง
คุณค่าทางโภชนาการ ของเตา
เตาเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่า ทางโภชนาการ โดยมีสารอาหาร ที่มีประโยชน์มากมาย โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง
- โปรตีน 18.63-23.76%
- ไขมัน 2.86-5.21%
- คารโบไฮเดรต 53.98-56.31%
- เสนใย 6.24-7.66%
- และเถา 11.78%
การนำเตามาประกอบอาหาร
ก่อนนำเตามาประกอบอาหาร ต้องนำมาล้างให้สะอาดอีกครั้งค่ะ จากนั้นนำไปปรุงอาหาร ได้ตามใจชอบเลยค่ะ เช่น
- ตำเตา
- เตาชุบไข่ทอด
- ลวก ทานกับน้ำพริก
- ห่อหมกเตา
บ่อเตาของคุณลุงเจริญ – ป้าวิไลนั้น ได้รับการสนับสนุนจาก ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ผศ. ดร. ยุวดี พีรพรพิศาล ได้เข้ามาทำโครงการวิจัย เพื่อที่ พัฒนาสาหร่ายเตาให้เป็นที่รู้จักอย่าง แพร่หลายมากขึ้น ทั้งในรูปแบบของอาหารจากภูมิปัญญาชาวบ้านและแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำออกจำหน่ายสู่ตลาดอีกด้วย เช่น สบู่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผม เวชภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เป็นต้น
นอกจากนั้นทางคณะวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับการสกัดสารชีวภาพในสาหร่ายเพื่อใช้ในการรักษาหรือเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค และการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วยค่ะ











































