วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

บ่อเตาลุงเจริญ-ป้าวิไล





บ่อเตาของคุณลุงเจริญพร  ป้าวิไล ชัยยะกิจ 
     บ่อเตาของคุณลุงเจริญ ป้าวิไลนั้น ตั้งอยู่หมู่ที่  5 ต. สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่    คุณลุงเจริญเล่าให้ฟังว่า  แรกเริ่มเดิมทีนั้น  คุณลุงมีอาชีพรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า  เนื่องจากทำมานานแล้ว จึงทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพ  คุณลุงจึงมีความคิดที่จะมาทำการเกษตร แทนอาชีพเดิม   เมื่อปี 2540   จึงได้ซื้อที่ดิน  จำนวน 2 งาน  เพื่อที่จะทำสวน และ   ขุดบ่อเลี้ยงปลาขึ้นมาหนึ่งบ่อ    แต่ก็เลี้ยงปลาก็ไม่ได้ผล   จึงได้เลิกเลี้ยงปลาและปล่อยบ่อทิ้ง ร้างไว้   ประมาณ 3 4 เดือน   ไม่นานนัก ก็มีสาหร่ายสีเขียวๆ เกิดขึ้นมา ในบ่อ  ชาวบ้านเรียกว่า  สาหร่ายเตา หลังจากนั้นคุณลุงจึงลองเก็บมาขาย ให้กับชาวบ้าน และผู้คนที่ผ่านไปมา จนเป็นสินค้าทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ และเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบันนี้
          คุณลุงบอกว่า  เราสามารถหาซื้อเตาได้ จากตลาดที่มีขายทั่วไป  แต่หลายคนก็ไม่ทราบว่าเตาที่ซื้อมาทานนั้น มาจากแหล่งน้ำใด และมีความสะอาดหรือไม่   ซึ่งเตาก็สามารถขึ้นได้ทั่วไปในบริเวณที่มีน้ำขัง  และมีอุณหภูมิ แสงแดด  ที่พอเหมาะ เช่น  เตาที่ขึ้นในทุ่งนา ก็สามารถทานได้ แต่เตาที่ขึ้นในทุ่งนานั้น   เป็นน้ำที่ขังอยู่  ไม่ใช่น้ำไหล  ซึ่งอาจจะมีสิ่งเจือปน เช่น ไส้เดือน และสัตว์ๆตัวเล็กๆที่อาศัยอยู่ในน้ำอาจจะติดมากับเตาได้  และอาจมีสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ใช้ในนาข้าว เจือปน มากับเตานั้นด้วย   หากจะซื้อเตามารับประทานก็ควรคำนึงถึงความสะอาดด้วยนะคะ
            ส่วนบ่อเตาของคุณลุงเจริญ ที่นี่เป็นบ่อเตาที่มีการเพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยอาศัยน้ำที่ไหลซึมมาจากยอดเขา  เป็นน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี  เมื่อน้ำไหลผ่านเข้ามาสู่บ่อเตาแล้ว ก็จะต้องปล่อยน้ำนั้นไหลลงสู่ธารน้ำตกด้านล่าง  ไม่ขังน้ำไว้  จึงทำให้เตาของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด  ความสะอาด  ทำให้ผู้คนต่างพากันมาหาชื้อเตาของคุณลุงตลอดทั้งปี ปัจจุบัน จึงยึดอาชีพเก็บเตาขาย สร้างรายได้ให้กับครอบครัว  และได้คิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเตาออกมาขาย  เช่น  ข้าวเกรียบเตา  สบู่เตา  เป็นต้น จนทำให้กลายเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของบ้านนาคูหา  สร้างรายได้จำนวนไม่น้อยให้คนในชุมชน  ให้มีอาชีพ และให้หันมาตระหนัก และให้ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  แบบยั่งยืน ด้วย




มารู้จักกับ "เตา"  สาหร่ายมหัศจรรย์  

   เตาเป็นสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่ง  ซึ่งมีจะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่าเตาหรือเทา ภาคกลางเรียกว่า เทาน้ำ   มีลักษณะเป็นเส้นยาว ไม่แตกกิ่งก้าน  เมื่อสัมผัสจะ เป็นเมือกลื่น พบในธรรมชาติตามแหล่งน้ำสะอาด   มีคุณค่าทางโภชนาการ  มีธาตุเหล็กสูงถึง 33.9% และมี สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสาหร่ายน้ำจืดชนิดอื่น
             เตา สาหร่ายน้ำจืด  ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในประเทศไทย  สามารถรับประทานได้และมีคุณค่าทางโภชนาการ  ซึ่งนิยมนำมาใช้ทำเป็นอาหาร   และเตายังเป็นดัชนีชี้วัดความสะอาดและช่วยเพิ่ม ปริมาณออกซิเจนให้เเหล่งน้ำ  อีกด้วย      ซึ่งสาหร่ายน้ำจืดนั้น  หนึ่งใน 3 ชนิดนั่นคือ  
       1) สาหร่ายเตา หรือ เทาน้ำ  เป็นสาหร่ายสีเขียวในสกุล  Spirogyra  ซึ่งมีหลายชนิด  พบอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อยๆ พบมากในฤดูฝน
     2) สาหร่ายไก เป็นสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora   พบกระจายทั่วไปตามพื้นท้องน้ำที่มีลักษณะเป็นก้อนหินและน้ำไหลไม่แรงนัก

  3) สาหร่ายลอน หรือ ไข่หิน ดอกหิน หรืออองลอน เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล Nostochopsis พบมากในลำน้ำน่าน 

เลี้ยงเตาแบบธรรมชาติใส่ปุ๋ยเคมีได้หรือไม่ ?
                    หลายคนอาจจะสงสัยว่า  เตาก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยธาตุอาหารในการเจริญเติบโต   และคิดว่าจะสามารถใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งการเจริญเติบโตได้  คุณลุงเจริญเล่าให้ฟังว่า   เตา ที่นี่มีการเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยอาศัยน้ำที่ไหลซึมมาจากยอดเขา  ไหลผ่านบ่อเตา  ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีใส่ลงไปในบ่อเตาซึ่งทำให้เพิ่มต้นทุน  และไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค    ซึ่งคุณลุงเองก็เกิดความสงสัยเหมือนกัน จึงได้ทดลองโดยเพาะเลี้ยงเตาในขวดแก้ว  2 ขวด  ขวดที่ 1 เลี้ยงแบบธรรมชาติ   ขวดที่ 2  ใส่ปุ๋ยเคมีลงไปเพื่อเร่งการเจริญเติบโต   ระยะเวลาผ่านไป  1 สัปดาห์   สังเกต เห็นเตาในขวดที่ 2 ที่ใส่ปุ๋ยเคมี  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ  แต่เตาขวดที่ 1 ที่เพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติมีการเจริญเติบโตที่ดี  มีความแข็งแรง มีสีเขียวสดใส อย่างเห็นได้ชัดเจน นี่จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่า  เตาบ้านนาคูหาเป็นสาหร่ายเตาที่มีสด ความสะอาด และมีความปลอดภัยสูง  รับประทานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน ค่ะ

ชมบ่อเตาและวิธีการเก็บเตา



              ปกติแล้ว เตาเป็นสาหร่ายสามารถเก็บขายได้ตลอดวันค่ะ  และเตาจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงเวลาที่มีแสงแดดอ่อน ๆ เช่น ในเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น  จึงทำให้สามารถเก็บเตาได้มากกว่าช่วงเวลาอื่น  บ่อเตาของคุณลุงเจริญ กับป้าวิไล   จะเป็นผู้ลงมือเก็บเตาด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นลงไปเก็บเตาค่ะ  เนื่องจากคำนึงถึงความสะอาด  และเกรงว่าผู้ที่มีไม่ความรู้ในการเก็บเตา  อาจจะเหยียบย่ำเตาในบ่อ ให้เกิดความเสียหาย และจะทำให้เตาตาย ได้  และชาวบ้านที่นี่ก็มีความเชื่อ ที่ว่าจะไม่เก็บเตาในวันพระค่ะ

   วิธีการเก็บเตา

              1. ต้องค่อยๆเดินลุยน้ำลงไปในบ่อเตาเพื่อไม่ไห้น้ำขุ่น ใช้ไม้ไผ่เหลา ยาวประมาณ
1 เมตร ค่อยๆ พันสาหร่ายขึ้นมา    จากบ่อ แล้วใช้มือรูดใส่สวิงบิดเอาน้ำออกหมาดๆ    และนำมาใส่กะละมังที่เตรียมไว้  ค่ะ ( ต้องใจเย็นมากๆค่ะ)


                            
          
                                                              ล้างเตาด้วยนำ้สะอาด
2.  นำมาล้างน้ำให้สะอาด  หลายๆครั้ง  จนสะอาด  จากนั้นบีบเอาน้ำออกให้หมาดๆค่ะ  ถ้าเตาจำนวนน้อยก็จะใช้มือบีบค่ะ   แต่ถ้าเตาจำนวนมากก็ใช้เครื่องบีบที่คุณลุงคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมาเอง 
                                                                      เตาสดๆ 
3. เสร็จแล้วนำเตาที่ได้มาห่อใบตองไว้ เพื่อรักษาความชื้น  จากนั้นก็ นำไปทำเป็นอาหารรับประทานที่บ้านได้เลยค่ะ






ข้อควรรู้เมื่อซื้อเตา



           เตาเป็นสาหร่ายที่ชอบความเย็น  และต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม  หากมาซื้อเตาที่บ่อเพื่อไปรับประทานที่บ้าน ควรนำภาชนะบรรจุซึ่งรักษาความเย็นได้ มาใส่เพื่อรักษาและยืดอายุเตา จะทำให้เตาสด ไม่ละลาย  และไม่ควรให้เตาโดนแสงแดด เพราะจะทำให้เตาละลายทันที  หากต้องการความสด  รสชาติที่อร่อย เมื่อมาถึงบ้านแล้วควรปรุงอาหารรับประทานทันทีค่ะ ไม่ควรเก็บไว้นาน ค่ะ

              มาซื้อเตาบ้านนาคูหา   ช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร และ ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นด้วย นะคะ....



คุณค่าทางโภชนาการ ของเตา

      เตาเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่า ทางโภชนาการ โดยมีสารอาหาร ที่มีประโยชน์มากมาย โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง
                 -  โปรตีน 18.63-23.76%
                -   ไขมัน 2.86-5.21%
               -    คารโบไฮเดรต 53.98-56.31%
               -    เสนใย 6.24-7.66%
              -     และเถา 11.78%           

การนำเตามาประกอบอาหาร
                  ก่อนนำเตามาประกอบอาหาร ต้องนำมาล้างให้สะอาดอีกครั้งค่ะ จากนั้นนำไปปรุงอาหาร ได้ตามใจชอบเลยค่ะ เช่น
-                   ตำเตา
-                   เตาชุบไข่ทอด
-                   ลวก ทานกับน้ำพริก
-                   ห่อหมกเตา

การวิจัยและการพัฒนาเตา



           บ่อเตาของคุณลุงเจริญ  ป้าวิไลนั้น  ได้รับการสนับสนุนจาก ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  โดย ผศ. ดร. ยุวดี พีรพรพิศาล   ได้เข้ามาทำโครงการวิจัย  เพื่อที่  พัฒนาสาหร่ายเตาให้เป็นที่รู้จักอย่าง แพร่หลายมากขึ้น   ทั้งในรูปแบบของอาหารจากภูมิปัญญาชาวบ้านและแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  เพื่อนำออกจำหน่ายสู่ตลาดอีกด้วย  เช่น  สบู่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผม เวชภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เป็นต้น   

         นอกจากนั้นทางคณะวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับการสกัดสารชีวภาพในสาหร่ายเพื่อใช้ในการรักษาหรือเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค และการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วยค่ะ


นาคูหาบ้านฉัน..

 

                     บ้านนาคูหาเป็นหมู่บ้านเล็กๆ  บนดอยสูง ที่นี่มีอากาศดี ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่แล้ว ก็มักจะกลับมาเที่ยวอีก  เพราะชอบบรรยากาศที่เงียบสงบของที่นี่ อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และความเป็นมิตร  และอัธยาศรัยไมตรี ที่ดีของชาวบ้านที่นี่ค่ะ ที่นี่มีฝายแม้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีสภาพภูมิอากาศ ที่เย็นตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่สามารถปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด เช่น ลางสาด ลองกอง เงาะ ทุเรียน ฯลฯ ถ้ามาซื้อเตาที่นี่แล้วก็สามารถขอเยี่ยมชมสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ค่ะ สวนผลไม้ที่นี่ส่วนมากจะปลูกโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใส่สารเคมี ทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติดี 
ปลอดสารพิษ และชาวบ้านก็นำมาขายข้างทางในราคาถูก 


                               
                                      ลางสาดบ้านนา


                      
                       ลองกองกำลังออกผล เต็มต้น


                            
                                เงาะ ที่นี่ก็ปลูกได้ค่ะ


                                        
                                   ทุเรียนก็มีค่ะ

                บ้านนาคูหา มีสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญๆ อีกหลายแห่ง ที่หลายคนยังไม่รู้จัก เช่น พระธาตุอินทร์แขวนมหาโพธิ์สัมฤทธิ์  ซึ่งจำลองมาจากประเทศพม่า เป็นประธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดปีจอ ซึ่งสามารถมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้ที่ ศูนย์ปฎิบัติธรรมโพธิวงศาจริยาราม (ดอยผาสวรรค์)  อยู่ใกล้กับบ่อเตาเลยค่ะ   



                     

                บ้านนาคูหายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกหลายแห่ง ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม ความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ เช่น ถ้ำช้างแก้วมรกต  ถ้ำแท่นแก้วมงคล  และที่นี่ยังเป็นแหล่งปลูกเมี่ยง  มากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่อีกด้วยค่ะ







 

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเตา บ้านาคูหา

        ปัจจุบันนี้บ้านนาคูหาได้  นำเตามาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อออกมาจำหน่าย มีดังนี้ค่ะ

 1. สบู่สาหร่ายเตา

         เป็นสบู่ที่ทำมาจากสาหร่ายเตา ใช้ได้ทั้งล้างหน้าและตัวค่ะ ใช้แล้วผิวจะเนียน นุ่ม ชุ่มชื่น ต้องติดใจแน่นอนค่ะ ขายก้อนละ 20 บาท ที่บ้านคุณลุงเจริญ ค่ะ



2.ข้าวเกรียบเตา 

       รสชาติอร่อยถูกปาก ขายถุงละ 10 บาทค่ะ อร่อยจริงๆ 




วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ของกิน.. ของฝากจากบ้านนา

               บ้านนาคูหาเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ  ชาวบ้านที่นี่มักจะประกอบอาชีพหาของป่ามาขาย เก็บผักมาขาย ผักที่นี่จึงเป็นผักที่เก็บสดๆจากป่า จากริมน้ำลำธาร  ผักปลูกก็ปลอดสารพิษ ชาวบ้านมักจะเอาผักและของป่าต่างๆ มาขายตามข้างทางในราคาถูกมัดละะ 5 บาท 10 บาท สลับผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนทุกฤดูกาล  เลือกได้ตามใจชอบเลยจ้า


ผักกูดสดๆ ค่ะ 



ฟักแม้ว หรือ มะระหวานมีขายทุกฤดูกาล



ผักหวานป่่าสดๆ เก็บใหม่ๆ



หน่อไม้สดๆ ค่ะ


                                                                  มะหลอด จ้า


                                                                เห็ดตามฤดูกาล


ไข่มดแดง หรือไข่มดส้ม


ยอดฟักแม้วสดๆ


มะเขือขื่น หรือมะเขือแจ้




งวม เก็บมาสด ๆ จ้า


หน่อไม้แห้ง ค่ะ


สมุนไพรพื้นบ้านค่ะ

มะแขว่น จ้า


หน่อไม้ดอง

กล้วย 

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

เมนูเตา และเมนูแปลกบ้านนา

ขอแนะนำเมนูเด็ดๆ ค่ะ


     
                                                              เมนูตำเตา ค่ะ

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

เที่ยวบ้านนาคูหาแบบโฮมสเตย์



นาคูหาโฮมสเตย์


                ใครที่อยากจะมาพักผ่อน  และสัมผัส ธรรมชาติ อากาศ

บริสุทธิ์  แบบเงียบสงบ บนดอยบ้านนาคูหา ที่นี่เขาก็มีโฮมสเตย์ ไว้

ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ โฮมสเตย์ที่นี่  นักท่องเที่ยวจะได้พักใน

บ้านโฮมสเตย์ในหมู่บ้าน ที่จัดไว้ มาพักที่นี่ก็จะได้ลองลิ้ม ชิมรส  

อาหารพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น  ได้ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ   ได้

สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด  มาพักเป็นหมู่คณะ บ้านนา

คูหามีไกด์ท้องถิ่น พาเที่ยวชมสถาที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น  ชมวัดไหว้

พระ  ชมน้ำตก  ชมบ่อเตา ชมไร่เมี่ยง และสวนผลไม้ ตามฤดูกาล 

ด้วยค่ะ  

              มาเป็นหมู่คณะก็โทรมาจองไว้ล่วงหน้านะคะ ที่คุณลุง

เจริญ โ ทร.087-3022802,084-7229008 , น้องน้ำฝน 

(ลูกสาว) 080-4422157 หากโทรไม่ติดก็สามารถส่งจดหมายมา

แจ้งล่วงหน้าได้ค่ะ บ้านนาคูหาเป็นดอยสูงค่ะ ที่นี่ไม่มีสัญญาณ

โทรศัพท์ค่ะ  กรุณา ส่งจดหมายมาจองล่วงหน้าได้ที่ คุณลุงเจริญพร

ชัยกิจ  1/5 ม.5 ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ 54000 


            

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

เส้นทางและการเดินทาง

     
 
             การเดินทางมาเที่ยวที่นี่ สะดวกสบายค่ะ  เป็นถนนลาดยางตลอดทั้งสาย ขับรถมาได้สองทางจากสี่แยกร่องฟองเลี้ยวซ้าย   หรือ มาจากถนนสายป่าแดงช่อแฮเลี้ยวขวา ที่ปากทางบ้านสวนเขื่อน ผ่านบ้านนาแคม ประมาณ 15 นาที ก็ถึงบ้านนาคูหาแล้วค่ะ มอเตอร์ไซค์ก็สามารถขับขึ้นมาได้ แต่ควรขับด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นทางเขา คดเคี้ยว บางช่วงเป็นทางโค้งหักศอก จะเห็นวิว ทิวทัศน์สวยงามตลอดสองข้างทาง  
              ข้อควรระวังขับรถลงเขาควรใช้เกียร์ต่ำ ถ้าไม่ชำนาญเส้นทางไม่ควรกลับเวลาค่ำมืด เนื่องจากสองข้างทางไม่มีไฟฟ้าเลย  และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทนะคะ อาจเกิดอันตรายได้ และควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนเดินทาง ด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัย



ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง


ทางโค้ง ควรขับด้วยความระมัดระวัง


ทางแยกจากน้ำตกแม่แคม ขึ้นไปบ้านาคูหา


ความเขียวขจีของต้นไม้ ตลอดเส้นทาง


                                       
                                                  วิวทิวทัศน์ส่วนมากเป็นภูเขา


                                                               อากาศดีตลอดเส้นทาง



                                                                ทางขึ้นลงเขา สลับกัน


อากาศเย็นสบาย


มองเห็นภูเขา อยู่ไกลๆ 



                             
         ภูเขาสีเขียวสลับ ซับซ้อน